ตราสารทุน (equity instrument)





ตราสารทุน  คือการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หรือการซื้อขายหุ้น ก็คือการซื้อขายตราสารทุนโดยทั่วไป แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ

หุ้นสามัญ (Common Stock) เป็นหุ้นซึ่งบริษัทต่างๆ นำออกมาขายบุคคลทั่วไป  เพื่อระดมทุนในการขยายกิจการบริษัท โดยผู้ที่เป็นเจ้าของมีสิทธิ์ออกเสียงในการตัดสินใจที่สำคัญๆ โดยผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปันผลเมื่อบริษัทได้กำไรตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่มีอยู่ เป็นหุ้นที่ซื้อขายในตลาดหุ้นในปัจจุบัน

          หุ้นบริมสิทธิ์ (Preferred Stock)  เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า หุ้นกู้ด้อยสิทธิ์  เป็นหุ้นซึ่งบริษัทขายออกมาและสามารถเรียกซื้อคืนกลับไปได้  ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผลเป็นอัตราคงที่  มักจะมีการซื้อขายเป็นล็อตใหญ่ๆ ล๊อตละ 10 ล้านบาทขึ้นไปเท่านั้น  (คุ้นๆ ตามข่าวไหมคะ)

mutual fund

กองทุนรวม  คือ เครื่องมือในการลงทุน สำหรับผู้ลงทุนรายย่อยที่ประสงค์จะนำเงินมาลงทุนในตลาดเงินตลาดทุนแต่มีทุนทรัพย์จำนวนจำกัด  ไม่มีประสบการณ์  ความรู้  ความชำนาญ  และไม่มีเวลา จึงให้ผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีความรู้และมีประสบการณ์นำเงินไปลงทุนตามนโยบายของกองทุนนั้นๆ  และเมื่อกองทุนได้กำไรจากการลงทุน  ก็นำรายได้นั้นมาเฉลี่ยแบ่งให้กับผู้ลงทุนแต่ละรายมากน้อยตามจำนวนหน่วยที่ลงทุนที่ซื้อเอาไว้ มากขึ้นลดลงขึ้นอยู่กับว่ากองทุนมีกำไรหรือขาดทุน ปัจจุบันมีทั้งกองทุนปิดและกองทุนเปิด

 

กองทุนปิด เป็นกองทุนซึ่งเปิดขายหน่วยลงทุนจำนวนจำกัดเพียงครั้งเดียว  และมีการกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนในการไถ่ถอน  เช่น  3 ปี  หรือ 5 ปี   หากกองทุนปิดนั้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายหน่วยลงทุนของตนเองผ่านบริษัทนายหน้า (โบรกเกอร์)  แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียนก็ติดต่อกับบริษัทตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับการแต่งตั้ง ให้เป็น “ผู้สร้างสภาพคล่อง (market maker)” เป็นผู้ซื้อขายหน่วยลงทุนนี้ให้  ซึ่งผู้มีเงินออมเหลือเยอะจะเลือกลงทุนในกองทุนปิด เพราะได้ผลตอบแทนที่แน่นอนกว่า

 

กองทุนเปิด   เป็นกองทุนซึ่งผู้ลงทุนสามารถซื้อขายหน่วยลงทุนได้ทุกวัน  คล้ายกับการฝากถอนเงินในธนาคาร  แต่ไม่ใช่การฝากเงินจึงยังคงมีความเสี่ยง  ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินมากกว่าหรือน้อยกว่ามูลค่าหน่วยลงทุนที่ซื้อในครั้งแรกได้  มีความคล่องตัวมากกว่ากองทุนปิด เพราะสามารถซื้อขายได้ทุกวัน แต่อาจได้รับเงินล่าช้ากว่ากองทุนเปิดประมาณ 2-3 วัน  จึงควรวางแผนให้ดี  ผลตอบแทนของผู้ลงทุนจะเป็นรายวัน NAV (Net Asset Value) หมายถึง มูลค่าของเงินลงทุนของกองทุนรวม บวก(ลบ) ด้วยผลตอบแทนสะสมที่ได้จากการกองทุน เท่ากับ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ

 

ประเภทกองทุนรวม

          กองทุนรวมตราสารทุน    เป็นกองทุนซึ่งนำเงินของกองทุนไปลงทุนเฉพาะในตลาดหุ้นเท่านั้น

กองทุนรวมตราสารหนี้     เป็นกองทุนซึ่งนำเงินของกองทุนไปลงทุนในตลาดตราสารหนี้เท่าน้น

กองทุนรวมผสมแบบยืดหยุ่น  เป็นกองทุนซึ่งผู้ลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ ที่ผู้บริหารพิจารณาว่าช่วงใดที่การลงทุนแบบไหน  ดูแนวโน้มว่าตลาดตราสารหนี้หรือหุ้น ดีกว่าก็ย้ายเงินไปลงทุน

กองทุนรวมแบบผสม  เป็นกองทุนซึ่งลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้แบบกำหนดสัดส่วน

กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ  ผู้ลงทุนเก็บเงินในระยะยาว เพื่อให้ผู้มีเงินในตลาดเป็นก้อน สามารถไถ่ถอนหน่วยลงทุนใน 5 ปีแรก  และจนกว่าผู้ลงทุนจะอายุ 55  ปี

กองทุนรวมตลาดเงิน  เป็นการลงทุนในตราสารหนี้  เงินฝาก  หรือทรัพย์สิน กำหนดชำระคืนเมื่อทวงถามหรือครบกำหนดไม่เกิด 1 ปี

กองทุนซึ่งไปลงทุนในตลาดต่างประเทศ  เป็นการนำเงินไปลงทุนในตราหุ้นในต่างประเทศ

กองทุนรวมกลุ่มธุรกิจ  เป็นการลงทุนในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน เช่น กลุ่มพลังงาน  กลุ่มการเงิน  เป็นต้น

กองทุนรวมใบสำคัญแสดงสิทธิ เป็นการลงทุนหุ้นที่เรียกว่าลูกหุ้น  เป็นการออกหุ้นก็เนื่องจากหุ้นแม่ราคาสูงมาก จึงออกลูกหุ้นเพื่อให้คนงบน้อย สามารถลงทุนในหุ้นนั้นได้ ในอนาคตเมื่อมีเงินมากขึ้นก็ขยับไปลงทุนในหุ้นแม่ได้โดยเพิ่มเงินลงทุนเปลี่ยนเป็นแม่หุ้น

 

ข้อควรพิจารณามือใหม่ก่อนจะลงทุน

  1. เรียนรู้ก่อนลงมือทำ ต้องหาความรู้จนแน่ใจ
  2. สำหรับคนที่ไม่มีความรู้มากเพียงพอ  ควรเลือกลงทุนในกองทุนรวมก่อน โดยโทรศัพท์เข้าไปที่ฝ่ายการตลาดของบริษัทกองทุนรวม ให้ส่งข้อมูลมาให้ ควรสอบถามไปหลายๆ แห่ง เพื่อเปรียบเทียบข้อดีข้อด้อย  ไม่เข้าใจก็โทรไปสอบถามให้ชัวร์ก่อน
  3. ลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อยๆ  เพื่อฝึกและหาประสบการณ์ก่อน  เดี๋ยวนี้  5,000  บาท ก็ลงทุนได้แล้ว

 

ข้อมูล : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 





search terms:

ข้อดี ของตราสารทุน,ข้อดีข้อเสียของ ตราสารทุน,ตราสารทุน ข้อดี ข้อเสีย,ตลาดตราสารทุน ข้อดี และ ข้อเสีย

Leave A Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *